
1923 — 2026

Este memorial se ha creado en recuerdo de nuestro ser querido, มัณฑนา โมรากุล, nació el 30 de marzo de 1923, y falleció en 2026. Recordaremos a มัณฑนา para siempre.
ศิลปินเพลงผู้มีอายุยืนยาวถึง 5 แผ่นดิน มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติ นักร้องหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่มีน้ำเสียงทุ้ม นุ่มนวล มีเสน่ห์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ได้ลาจากแฟนเพลงไปร้องเพลงบนสวรรค์แล้ว เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 สิริอายุ 104 ปี ถึงเธอจะมีอายุยืนยาว แต่ก็ต้องถือว่าเป็นความสูญเสียยิ่งใหญ่ของวงการเพลงในเมืองไทย
ผมได้รู้จักกับพี่มัณฑนา ซึ่งโดยส่วนตัวผมจะเรียกเธอว่า "พี่รี" (จุรี โมรากุล) เพราะพี่มนัส รามโยธิน อดีตนักร้องวงดนตรีกรมโฆษณาการ นักแสดงละครเวทีรุ่นพี่ที่ช่วยให้ผมได้ตั้งคณะละครวิทยุแสดงที่สถานีวิทยุ 1 ปณ. (บางครั้งก็มาช่วยร่วมแสดงด้วย) เป็นผู้แนะนำให้ผมรู้จักกับพี่รี
พี่มนัส รามโยธิน บอกกับผมว่าช่วงต้นปี 2494 ได้รับงานจากพี่พฤหัส บุญหลง หัวหน้าคณะละครเทพไทย ให้เป็นผู้กำกับเวทีและกำกับบทละครเวทีเรื่อง "จุฬาตรีคูณ" ของ 'แก้วฟ้า-พนมเทียน' ซึ่งกำลังโด่งดังทางวิทยุของกรมโฆษณาการ แสดงโดยชาวคณะสุนทราภรณ์ มีเพลงไพเราะมาก แฟนติดตามฟังกันทั้งเมือง พี่มนัสชวนให้ผมไปฝึกเป็นผู้ช่วยบอกบทตัวละครข้างหลืบ ถึงผมจะคุ้นเคยกับการใช้เสียงเล่นละครวิทยุ แต่งานใหม่ครั้งนี้ถือเป็นกำไรชีวิต และเป็นโชคดีที่ผมมีโอกาสได้รู้จักดารานักแสดงชื่อดังหลากหลาย รวมทั้งพี่มัณฑนา ซึ่งคนในวงการเรียก "พี่จุรี" หรือ "พี่รี"
กลางปี 2494 ละครเรื่องจุฬาตรีคูณ ได้จัดแสดงเป็นละครเวทีที่โรงละครเฉลิมไทย โดยเชิญ มัณฑนา โมรากุล มาแสดงละครเวทีเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอในบท "ดารารายพิลาส" นางเอกของเรื่อง ด้วยค่าตัวสูงสุดในยุคนั้นถึง 8,000 บาท คู่กับพระเอกดัง ฉลอง สิมะเสถียร ซึ่งมัณฑนาได้แสดงอย่างตีบทแตก เรียกน้ำตาจากผู้ชมได้ทุกรอบ ปกติละครเวทีทุกเรื่องจะแสดงโปรแกรมละไม่เกิน 2 สัปดาห์ แต่ละครเรื่องจุฬาตรีคูณต้องต่อวันแสดงเพิ่มไปอีก 2 สัปดาห์ รวมเกือบ 1 เดือน ซึ่งต้องบันทึกการแสดงที่ยาวนานของละครเรื่องนี้ไว้เป็นตำนาน
ปี 2494 กำลังเป็นปีรุ่งเรืองสุดๆ ของพี่รี แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับว่า มัณฑนา โมรากุล นักร้องเบอร์ 1 ของประเทศ ขอลาออกจากการเป็นนักร้องของกรมโฆษณาการและวงดนตรีสุนทราภรณ์ เพื่อแต่งงานกับนักธุรกิจ คุณบุญยงค์ เกียรติวงศ์ เจ้าของโรงภาพยนตร์ถึง 3 แห่ง คือ โรงภาพยนตร์ศรีย่าน, โรงภาพยนตร์ศรีพรสวรรค์ นนทบุรี และโรงภาพยนตร์ศรีพรานนก ซึ่งเธอต้องไปช่วยงานของสามีในการดูแลและบริหาร หลังจากพี่รีแต่งงานแล้ว ผมไม่ได้พบพี่รีหลายปี ทราบแต่ว่าพี่รีไปเปิดร้านเสริมสวยชื่อ "มัณฑนา" อีก 2 แห่ง ที่ย่านนางเลิ้งและที่บางขุนพรหม
เวลาผ่านมาจนถึงปี 2502 เพื่อนคนหนึ่งของผมชื่อ กำพล ยุทธสารประสิทธิ์ ฐานะดีมาก เป็นแฟนเพลงของพี่มัณฑนา เขาชอบร้องเพลงแล้วบริจาคเงินจนได้รับสมญาว่า "นักร้องนักบุญ" เคยรับราชการได้ยศถึงพันตำรวจเอกพิเศษ ถ้าจะเอายศเป็นนายพลมีตำแหน่ง ต้องจ่ายเงินค่าเส้นสาย 2 ล้านบาท เขาเสียความรู้สึกเลยลาออกจากราชการ เอาเงินไปทำบุญบริจาคให้โรงพยาบาล 6 ล้านบาท แล้วไปร่วมร้องเพลงกับงานคอนเสิร์ตของเพื่อนๆ ศิลปิน ถ้าเป็นคอนเสิร์ตทั่วไป เขาจะบริจาค 5,000 บาท ถ้าเป็นคอนเสิร์ตการกุศล บริจาค 10,000 บาท เขามีความสุขตามประสาคนชอบร้องเพลงชนิดเข้าเส้นเลือด
ในปี 2502 นั้น พ.ต.อ.กำพล มาบอกว่ามีเพื่อนตาพิการชื่อ สุรพล พรภักดี แต่งเพลงดี เขาอยากจะสนับสนุนลงทุนทำแผ่นเสียงให้เพื่อน โดยเลือกเพลงไว้แล้ว 2 เพลง อยากให้พี่มัณฑนาร้อง 1 เพลง และเขาร้องเอง 1 เพลง (แผ่นเสียงสมัยนั้นเป็นแผ่นครั่ง 1 แผ่นบรรจุได้ 2 เพลง) ประกบกัน และขอให้ผมช่วยดำเนินการด้านบันทึกเสียงและจัดทำเป็นแผ่นเสียงให้ด้วย ผมฟังทำนองและดูเนื้อเพลงแล้ว เขาแต่งดีทั้ง 2 เพลง เพลงหนึ่งชื่อ "รอยร้าว" จังหวะ Waltz เจ้าของเพลงหมายมั่นให้พี่มัณฑนาร้อง อีกเพลงชื่อ "รำพันรัก" จังหวะ Bolero ผมขอให้กำพลใช้ชื่อใหม่เป็น ประชาพร ยุทธสารประสิทธิ์ ร้องคู่กับ สวลี ผกาพันธุ์ ซึ่งกำพลก็พอใจมาก
ผมพากำพล (ตอนนั้นยังมียศเป็น ร.ต.ท.) และ สุรพล พรภักดี เจ้าของเพลง ไปหาพี่รีที่ร้านเสริมสวยมัณฑนาย่านนางเลิ้ง และร้องเพลงสดๆ ให้พี่รีฟัง (สมัยนั้นยังไม่มีเทปบันทึกเสียงแบบพกพา) เพื่อขอเชิญพี่รีช่วยร้องอัดแผ่นเสียง เป็นเกียรติและเป็นกำลังใจแก่นักแต่งเพลงใหม่ด้วย พี่รีฟังเพลงแล้วยินดีที่จะร้องอัดเสียงให้โดยไม่คิดค่าร้อง
ด้านดนตรี ผมขอให้พี่มงคล อมาตยกุล เป็นผู้จัดดนตรีบันทึกทั้ง 2 เพลง และขอให้ช่วยเรียบเรียงเสียงประสานเพลง "รอยร้าว" ให้ด้วย พี่มงคลคิดเหมารวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 800 บาท ส่วนเพลง "รำพันรัก" ผมเป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน และติดต่อ สวลี ผกาพันธุ์ มาช่วยร้องคู่กับกำพล ซึ่งสวลีก็มาช่วยร้องให้ด้วยความยินดี เมื่องานบันทึกเสียงแล้วเสร็จ บนหน้าตราแผ่นเสียง ผมให้เครดิตด้วยการพิมพ์ชื่อเป็นวงดนตรี สุรพล พรภักดี ทั้ง 2 เพลง
Master เพลง "รอยร้าว" และ "รำพันรัก" ลงทุนในการอัดเสียงอย่างประหยัด (ค่าเช่าห้องอัดเสียงทั้งวัน 600, ค่าดนตรี 2 เพลง 800, ค่าร้อง สวลี 200 รวม 1,600 บาท) สองเพลงนี้อัดเสียงในราวกลางปี 2502 ผมได้นำมาสเตอร์ทั้ง 2 เพลงไปขายให้แก่คุณเอกชัย งามเอก นักแสดงละครวิทยุรุ่นพี่และเป็นนักทำแผ่นเสียงสมัครเล่นในราคา 2,000 บาท
https://youtu.be/CO1GItCpkco?si=SyGK9KARaLxEVtBj
https://youtu.be/gWlPru852Dg?si=4gikoY5gETD1UpiV
ต้นปี 2503 เพลง "รอยร้าว" (มัณฑนาร้อง) และเพลง "รำพันรัก" (สวลี-ประชาพรร้อง) ออกมาเป็นแผ่นเสียงตรา "เอกชัย" เผยแพร่ทางวิทยุ ได้รับความนิยมและขายดีในตลาดแผ่นเสียง ผู้ลงทุนยิ้ม ผู้ร่วมสร้างสรรค์เพลงก็ปลื้ม ถึงแม้จะลาออกจากกรมโฆษณาการมาแล้วหลายปี ลาจากงานอาชีพมารับเชิญร้องเป็นครั้งคราว แต่ชื่อของ "มัณฑนา โมรากุล" ยังขลัง ผมไม่ผิดหวังเลยที่เชิญพี่รีมาร้องนำในเพลงชุดนั้น
https://youtu.be/e5myIQ9vQKc?si=VFQB4LkdDiT7cAXH
https://youtu.be/bMHPUQ3hrGk?si=0-5j0e8B58R8bo2b
พี่รีเป็นคนพูดเก่ง ความจำเยี่ยม ผมเคยสัมภาษณ์พี่รีทางโทรศัพท์เรื่องการจัดประกวดขับร้องเพลงไทยสากลทั่วประเทศ ระดับแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2486 โดยทางกรมโฆษณาการเป็นผู้จัด และพี่รีได้รับรางวัลชนะเลิศ พี่รีเล่าขั้นตอนการประกวดอย่างละเอียดและพูดเร็ว จนผมจดไม่ทัน ต้องเอาเทปไปบันทึกการสัมภาษณ์ที่บ้านพี่รีถึง 2 ครั้ง เพราะการประกวดร้องเพลงครั้งนั้นเป็นตำนานสำคัญที่ทางภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการ
เมืองไทยไม่เคยขาดนักร้องหญิงยอดนิยม เสียงใส ร้องเพลงแสนไพเราะ แต่นักร้องหญิง "เสียงทุ้ม" นุ่มนวล สื่อสารอารมณ์ในน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง มัณฑนา โมรากุล ศิลปินแห่งชาติ จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครร้องแทนได้ครับ
ขอให้งานด้านศิลปะการใช้เสียงและลีลาที่สวยงามของพี่รี เป็นที่ศึกษาของลูกหลานเหลนที่จะสืบสานงานด้าน "คีตกรรม" ที่มีคุณค่าของพี่รีสืบต่อไป ขอให้พี่รีพบสุขในทิพย์พิมานเพลงแห่งสวรรค์ครับ
นคร ถนอมทรัพย์
ศิลปินแห่งชาติ
๒๔/๗/๖๙
Deja un mensaje de apoyo o enciende una vela
Todavía no hay homenajes. Sé la primera persona en dejar un mensaje.